Music Hit In your life

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

มาอีกแว้วววว... ความหวัง บรอดแบรนด์แห่งชาติ (ข่าว)

            จุติแนะทุกฝ่ายหยุดหมกมุ่นเรื่อง 3 จี เดินหน้าโครงการบรอดแบนด์แห่งชาติ กระจายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศค่าบริการ 200 บาทต่อเดือน



             นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องการให้ทุกคนหยุดหมกมุ่นและหลงประเด็น อยู่กับเรื่อง 3 จี ได้แล้ว เพราะ 3 จีเป็นเพียงหนึ่งในโครงการบรอดแบนด์แห่งชาติ หรือ การกระจายการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้เข้าถึงทั่วประเทศ ซึ่งเป็นแผนใหญ่และมีประโยชน์มากกว่า จึงอยากให้หันมาให้ความนำคัญในเรื่องนี้แทน


ทั้งนี้ เพราะโครงการบรอดแบนด์ถือเป็นความร่วมมือระดับประเทศ โดยเป็นการใช้โครงข่ายร่วมกันระหว่าง การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ทีโอที กสท โทรคมนาคม และผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย คือ บรัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรูมูฟ

สำหรับแผนบรอดแบนด์แห่งชาตินั้นมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงาน มีเป้าหมายขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ครอบคลุมประชากรไม่น้อยกว่า 80% ภายในปี 2558 และ ไม่ต่ำกว่า 95% ในปี 2563 ค่าบริการโดยเฉลี่ยไม่เกิน 2% ของรายได้ประชากรหรือประมาณ 150-200 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าต่ำมากหากเทียบกับค่าบริการปัจจุบันที่มีราคาเฉลี่ย 599ต่อเดือน หรือ 6% ของรายได้ประชากร

              นายจุติ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งร่างแผนเพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการบรอดแบนด์ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.อนุมัติ เบื้องต้นมีโครงการหลักๆ ของทีโอที และ กสทฯ ที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ คือ โครงการโครงข่ายอนาคต หรือ เอ็นจีเอ็นมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท โครงการเคเบิลใต้น้ำ โครงการขยายโครงข่ายเพื่อรองรับการใช้งานมัลติมีเดีย หรือ เอฟทีทีเอกซ์ มูลค่า 6,000 ล้านบาท

             นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า โครงการเอ็นจีเอ็นอยู่ระหว่างการนำเสนอให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศราฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ หลังจากนั้นจึงเสนอให้ครม.อนุมัติ


ทั้งนี้ จะนำร่องให้บริการ 100 จุด ใน 3 จังหวัด คือ ตรัง นครศรีธรรมราช และ พิษณุโลก ให้บริการที่ความเร็ว 2 เมกะบิตต่อวินาที ค่าบริการเดือนละ 200 บาท


              นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ กล่าวว่า เตรียมขยายการใช้งานบรอดแบนด์เพิ่มอีก 20% ในโซนภาคตะวันออกและตะวันตกที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรม และขยายจุดให้บริการอินเทอรืเน็ตไร้สายความเร็วสูง หรือ ไว-ไฟ เป็น 3.5 หมื่นแห่งทั่วประเทศ


อย่างไรก็ตาม บรอดแบนด์แห่งชาติ ถือเป็นหนึ่งในแผนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ตามแผนแม่บทไอซีที ฉบับที่ 2 ซึ่งมี 4 เรื่องที่ต้องดำเนินการ คือ บรอดแบนด์ แปรสัมปทานมือถือ แผนพัฒนาอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ แผนพัฒนาอุตสาหกรรมการสื่อสารไร้สาย ทั้งหมดนี้จะต้องเสร็จภายใน 2 ปี

ที่มา : http://www.posttoday.com 

** ต้องคอยลุ้นกันอีกทีครับว่า การแถลงข่าวครั้งนี้จะเป็นการแก้ตัวให้กับ CAT หรือไม่ ๆๆๆ

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

สุภิญญา นำชาวเน็ตแถลงการณ์ จี้รัฐบาลกดดัน กสท. ถอนฟ้อง กทช. กรณีประมูล 3G

22 กย. เมื่อวันที่ 20 กันยายน นส.สุภิญญา กลางณรงค์ เครือข่ายพลเมืองเน็ต และผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนหนึ่ง ร่วมกันร่างแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลแสดงเจตจำนงทางการเมืองสนับสนุนการปฏิรูป กิจการโทรคมนาคมเพื่อประชาชนกรณีการประมูล 3G

ทั้งนี้ ได้มีการเปิดให้ผู้ที่เห็นด้วยลงชื่อในแถลงการณ์ โดยมีผู้ร่วมลงชื่อหลายร้อยคน ส่วนแถลงการณ์มีเนื้อหา ดังนี้

แถลงการณ์
ขอให้รัฐบาลแสดงเจตจำนงทางการเมืองสนับสนุนการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมเพื่อประชาชน กรณีการประมูลสามจี
จากกรณีที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ได้ดำเนินการจัดประมูลคลื่นความถี่ 2100 หรือ 3G  ซึ่งตามกำหนดการเดิมจะมีการเริ่มต้นประมูลในวันนี้ (20 กันยายน 2553) รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับรู้และมีส่วนร่วมในแนวทางดังกล่าวของ กทช. มาโดยตลอด รวมทั้งหลายภาคส่วนในสังคมสนับสนุนแนวทางการประมูลครั้งนี้ ด้วยหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมในประเทศไทย

ทว่า หน่วยงานในกำกับของรัฐบาล คือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด มหาชน ได้ดำเนินการฟ้องทางกฏหมายต่อ กทช. เรื่องอำนาจหน้าที่เพื่อจะระงับการประมูล (ข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ) จนนำไปสู่การชะงักงันของการประมูล ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไทย การฟ้องร้องครั้งนี้สะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลที่มีต่อองค์กรอิสระ ในการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ
แม้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะมีความซับซ้อนสูง เพราะปัญหาภายในที่สั่งสมมายาวนานของสังคมไทย แต่ทุกอย่างย่อมแก้ไขได้ด้วยเจตจำนงทางการเมือง ดังนั้นผู้มีรายชื่อข้างท้ายดังต่อไปนี้
ขอเสนอแนวทางต่อรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาต่อกรณีการประมูลสามจีที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ดังต่อไปนี้



1. ขอ ให้รัฐบาลเจรจากับผู้บริหาร กสท. ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับ เพื่อพิจารณาทบทวนการฟ้องร้อง กทช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ เพื่อให้การประมูลเดินหน้าไปได้
2. ขอ ให้รัฐบาลมีแนวทางในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อแก้ปัญหาของทั้งสองหน่วยงาน ที่จะได้รับผลประทบจากการประมูลสามจี สำหรับทางออกในระยะยาว
3. ใน ขณะที่ กทช. เดินหน้าเรื่องการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคม ขอให้รัฐบาลและรัฐสภาผลักดันกระบวนการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่เป็นอิสระเพื่อมาปฏิรูปกิจการกระจายเสียงต่อไป
เราเห็นว่าการประมูลสามจีภายใต้เงื่อนไขของ กทช. ครั้งนี้ จะนำไปสู่การปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทย ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1. การ ประมูลครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของปฏิรูปกิจการโทรคมนาคม จากระบบสัมปทานไปสู่ระบบใบอนุญาต ภายใต้การกำกับดูแลโดยองค์กรอิสระ ซึ่งจะนำไปสู่การแข่งขันเสรีตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
2. การ ประมูลครั้งนี้จะนำไปสู่กระบวนการปฏิรูปหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดการปรับตัวในเรื่องประสิทธิภาพของการบริการสาธารณะด้านโทร คมนาคม
3. การประมูลครั้งนี้จะนำ ไปสู่การพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อกระจายการเข้าถึง เทคโนโลยีสารสนเทศออกไปในชนบท ลดช่องว่างทางเทคโนโลยี (digital divide) ในสังคม (ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการเข้าถึงโทรศัพท์พื้นฐาน 10.37% อินเทอร์เน็ต 25.80% ในขณะที่เข้าถึงโทรศัพท์มือถือ 122.57%)
4. รัฐ จะได้ประโยชน์จากรายได้ทั้งหมดที่เกิดจากการประมูลคลื่นความถี่ฯ ที่ กทช. ต้องนำส่งเข้ารัฐเต็มจำนวน โดยไม่ถูกหักรายทางเหมือนระบบสัมปทาน
5. ถ้า การประมูลครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ต่อสายตาคนไทยและชาวโลกด้วยความโปร่งใส มากที่สุด จะช่วยกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศในเรื่องการทุจริต การสมยอมได้
ดัง นั้น พวกเราตามรายชื่อข้างท้ายนี้เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงเจตจำนงทางการเมือง เพื่อสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคม ด้วยการให้ กสท.ยุติการดำเนินการทางกฏหมายต่อ กทช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ เพื่อให้การประมูลสามจีเดินหน้าไปได้ และก่อประโยชน์ร่วมของสังคมไทย
ด้วยความหวังที่จะได้เห็นการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมไทย






ร่วมลงชื่อได้ที่ http://bit.ly/thai3g-form


ดูรายชื่อผู้ร่วมสนับสนุนได้ที่ http://bit.ly/thai3g-name


เครดิต : http://news.mthai.com/general-news/88178.html 

วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

อัพเดตสถิติการคุกคามจากไวรัสคอมพิวเตอร์ เดือนกันยายน 2553

จากเว็บไซต์ http://www.virus-radar.com/ 





ไวรัสที่คุกคามมากที่สุด คือ a variant of Win32/Injector.BZ trojan (Shows specified virus progress in the last 24 hours)

ไวรัสที่คุกคามมากที่สุด 5 อันดับคือ
1. a variant of Win32/Injector.BZ trojan
2. Win32/Zafi.B worm
3. Win32/Netsky.Q worm
4. Win32/Oficla.II trojan
5. Win32/Netsky.AB worm

ดูข้อมูลกันแล้วก็อย่าลืมอับเดตโปรแกรม Anti Virus ของท่านอยู่เสมอนะครับ และก็หมั่นอับเดตข้อมูล ไวรัสคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอ ได้ทาง เว็บบล็อกของเรา และก็ที่ http://www.virus-radar.com/ นะครับ

วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

ลองมองหาเว็บไซต์ Social Network ดีๆสักเว็บเพราะเขาบล็อก Hi5 กับ Facebook

                  ในปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่เป็น Social Network มากมาย กว่า 500 เว็บไซต์ แต่ที่นิยมกันมากๆ ในประเทศไทยก็เห็นจะเป็นเว็บไซต์


แต่ก็จะมีคนไทยบางส่วนที่หันไปเล่น เว็บไซต์ Myspace และ Multiply แต่จนแล้วจนรอดก็หนีไม่พ้น Facebook ที่ติดอันดับคนเล่นมากเป็นอันดับที่ 21 ของโลก และมีคนเล่นมากมายถึงกว่า 500 ล้านคนทีเดียว!

แล้วพอจะมีเว็บอื่นอีกไหม!!!
       
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต


        ที่พอจะมีแต่ก็ไม่ค่อยมีใครเล่นก็เห็นจะเป็นเว็บไซต์  www.flickr.com ที่เป็นเว็บไซต์ Social Network เจ้าของคือ Yahoo! นั่นเอง ที่ใช้แบ่งปันภาพถ่าย ที่มีคนไทยบางส่วนนิยมเล่น แต่ก็ยังไม่มากเท่าไร แค่ประมาณ 30 ล้านคนเท่านั้น เป็นสังคมแห่งการแชร์ภาพถ่าย แนวอาร์ตๆจากทั่วทุกมุมโลก





ภาพจาก www.flickr.com  

เทคโนโลยี 4G ในปัจจุบัน (Forth Generation )

                4G (สี่จี หรือ โฟร์จี) กล่าวถึงมาตรฐานโทรศัพท์มือถือที่เป็นรุ่นมาตรฐานที่ต่อจาก 3G และ 2G โดยความหมายของคำว่า 4G นั้นมีการกล่าวถึงในหลายความหมาย โดยความหมายที่นิยมในปัจจุบันจะอ้างอิงถึง IMT Advanced ที่กำหนดโดยไอทียู ที่มีข้อกำหนดว่า อัตราความเร็วในการส่งข้อมูลต้องมีค่าข้อมูลสูงสุดที่ 100 Mbit/s ในช่วง high mobility และ 1 Gbit/s ในช่วง low mobility
ในปัจจุบัน เทคโนโลยี LTE มักจะถูกเรียกแทน "4G" (หรือบางครั้ง "3.9G") แม้กระนั้นมาตรฐาน LTE ในปี 2552 ยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานของทาง "IMT-Advanced" ซึ่งทางไอทียูได้มีการแนะนำ LTE Advanced สำหรับเรียกแทน 4G ที่แท้จริง
ในขณะเดียวกันได้มีการพัฒนา IEEE 802.16m WiMax สำหรับพัฒนาเป็น 4G เช่นกัน

การพัฒนา
ในสวีเดนและนอร์เวย์ ได้มีการเปิดตัว 4G โดยใช้เทคโนโลยี LTE
ในอเมริกา สปรินต์ได้เรียกระบบโทรศัพท์มือถือที่ใช้ WiMax ว่า 4G โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 10 Mbit/sผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ TeliaSonera จากสวีเดน ได้เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือรุ่นที่ 4 หรือ 4G ที่ใช้เทคโนโลยี LTE แล้ว โดยเริ่มจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์บริษัทได้กล่าวว่า จะเริ่มให้ลูกค้าได้ใช้เครือข่ายนำร่องนี้ในไตรมาสแรกของปี 2010

ข้อมูลจาก Wikipedia
            เทคโนโลยี 4จี เป็นเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงชนิดพิเศษ หรือเป็นเส้นทางด่วนสำหรับข้อมูลที่ไม่ต้องอาศัยการลากสายเคเบิล โดยระบบเครือข่ายใหม่นี้ จะสามารถใช้งานได้แบบไร้สาย รวมถึงคุณสมบัติการเชื่อมต่อเสมือนจริงในรูปแบบสามมิติ (three-dimensional) ระหว่างผู้ใช้โทรศัพท์ด้วยกันเอง นอกจากนั้น สถานีฐาน ซึ่งทำหน้าที่ในการส่งผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่จากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง และมีต้นทุนการติดตั้งที่แพงลิ่วในขณะนี้ จะมีให้เห็นกันอย่างแพร่หลายเช่นเดียวกับหลอดไฟฟ้าตามบ้านเลยทีเดียว สำหรับ 4จี จะสามารถส่งผ่านข้อมูลแบบไร้สายด้วยระดับความเร็วสูงที่เพิ่มขึ้นถึง 100 เมกะไบต์ต่อวินาที ซึ่งห่างจากความเร็วของชุดอุปกรณ์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ที่ระดับ 10 กิโลบิตต่อวินาที


ลักษณะเด่นของ 4G


              4G คือ Forth Generation ซึ่งในบ้านเรายังไม่มีให้เห็นกัน เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีสื่อสารในยุค 4G เรื่องความเร็วนั้นเหนือกว่า 3G มาก คือทำความเร็วในการสื่อสารได้ถึงระดับ 20-40 Mbps เมื่อเทียบกับความเร็วที่ได้จาก 3G นั้นคนละเรื่องกันเลย ที่ญี่ปุ่นนั้นเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้เทคโนโลยี 4G สามารถให้บริการรับชมรายการโทรทัศน์ผ่านมือถือได้แล้ว หรือจะโหลดตัวอย่างภาพยนตร์มาชมบนโทรศัพท์มือถือก็มีให้เห็นเช่นกัน ทำไมญี่ปุ่นถึงรีบกระโดดไปสู่ยุค 4G กันเร็วเหลือเกิน คำตอบง่าย ๆ ก็คือ “ดิจิตอลคอนเทนต์” เป็นตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นนั่นเอง เมื่อผู้ให้บริการหลายหลายรูปแบบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายที่มีความเร็วสูง สามารถรับส่งข้อมูลได้ในปริมาณมาก ๆ ดังนั้น การผลักดันตัวเองให้เข้าสู่ยุค 4G ที่ใช้เทคโนโลยีที่เหนือกว่า 3G ก่อนคู่แข่ง น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด


               ความโดดเด่นของ 4G คือ ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนเครือข่ายที่กินพื้นที่กว้างก็ได้หรือจะทำเป็นเครือข่ายขนาดย่อม ๆ แบบ WLAN ได้อีกด้วย นั่นจึงทำให้หลายคนมองว่า 4G จะมาเบียดเทคโนโลยีของ Wi-Fi หรือไม่ เพราะสามารถใช้งานได้ทั้งสองแบบ






ทำไมจึงอยากได้ 4G
เป็นคำถามที่น่าสนใจ มีเหตุผลอะไรจึงอยากได้เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคที่ 4 หรือ 4G กันมาก ถ้าจะสรุปเป็นคำตอบก็คงจะได้หลายประการด้วยกัน ซึ่งจะกล่าวถึงพอเป็นสังเขปดังนี้
1. สนับสนุนการให้บริการมัลติมีเดียในลักษณะที่สามารถโต้ตอบได้ เช่น อินเทอร์เน็ตไร้สาย และ เทเลคอนเฟอเรนซ์ เป็นต้น
2. มีแบนด์วิทกว้างกว่า สามารถรับ-ส่งข้อมูลด้วยอัตราความเร็ว (bit rate) สูงกว่า 3G
3. ใช้งานได้ทั่วโลก (global mobility) และ service portability
4. ค่าใช้จ่ายถูกลง
5. คุ้มค่าต่อการลงทุนด้านโครงข่าย

ที่มา http://www.tlcthai.com/

วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

ใส่ @ นำหน้าชื่อเพื่อนใน Facebook ได้แล้ว ใส่ชื่อเพื่อนในโพสต์

            ฟีเจอร์ยอดนิยมใน Facebook คือการใส่แท็ก (tagging) ให้กับเพื่อนๆ ในรูปที่เราอัพโหลด ภายหลังได้ขยายมายังวิดีโอและ note ด้วย ล่าสุดอาจเป็นเพราะกระแสของ Twitter หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ Facebook ได้ขยายการใส่แท็กเข้ามายัง status update แล้ว




            รูปแบบการใส่แท็กของ status update จะต่างออกไปจากรูปหรือวิดีโอ (ที่คลิกที่รูปแล้วมีชื่อเพื่อนขึ้นมาให้เลือกจิ้ม) แต่จะใช้การพิมพ์แล้วใส่ @ นำหน้าชื่อเพื่อนแทน จากนั้น Facebook จะขึ้นรายชื่อเพื่อนมาให้เลือกอีกครั้งหนึ่ง ในข้อความที่แสดงบน status update จะไม่มีตัว @ แต่จะกลายเป็นลิงก์ไปยังเพื่อนของเราคนนั้นแทน
เพื่อนคนที่ถูกแปะแท็กสามารถเอาชื่อตัวเองออกจาก status update ได้ Facebook กำลังทยอยเปิดฟีเจอร์นี้ให้ผู้ใช้เป็นบางส่วนอยู่ครับ


เครดิต http://www.blognone.com/node/13079

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

มาตรฐาน IEEE กับ Wi-Fi

              Wi-Fi หรือ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายมาตรฐาน IEEE 802.11 ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2540 จัดตั้งโดยองค์การ Institute of Electrical and Electronics Engineers หรือ IEEE (ไอทริปเปิ้ลอี : สถาบันวิศวกรรมทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กโทรนิคส์) มีความเร็ว 1 Mbps ในยุคเริ่มแรกนั้นให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ค่อนข้างต่ำ ทั้งไม่มีการรับรองคุณภาพของการให้บริการที่เรียกว่า QoS (Quality of Service) และมาตรฐานความปลอดภัยต่ำ จากนั้นทาง IEEE จึงจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาปรับปรุงหลายกลุ่มด้วยกัน โดยที่กลุ่มที่มีผลงานเป็นที่น่าพอใจและได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่า ได้มาตรฐานได้แก่กลุ่ม 802.11a , 802.11b และ 802.11g



  • มาตรฐาน IEEE 802.11b เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2542 ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า CCK (Complimentary Code Keying) ผนวกกับ DSSS (Direct Sequence Spread Spectrum) เพื่อปรับปรุงความสามารถของอุปกรณ์ให้รับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 11 Mbps ผ่านคลื่นวิทยุความถี่ 2.4 GHz (เป็นย่านความถี่ที่เรียกว่า ISM (Industrial Scientific and Medical) ซึ่งถูกจัดสรรไว้อย่างสากลสำหรับการใช้งานอย่างสาธารณะด้านวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และการแพทย์ โดยอุปกรณ์ที่ใช้ความถี่ย่านนี้ก็เช่น IEEE 802.11, Bluetooth, โทรศัพท์ไร้สาย, และเตาไมโครเวฟ) มีระยะการส่งสัญญาณได้ไกลมาก ถึง 100 เมตร ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เครือข่ายไร้สายภายใต้มาตราฐานนี้ถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญแต่ละผลิดภัณฑ์มีความสามารถทำงานร่วมกันได้ อุปกรณ์ของผู้ผลิตทุกยี่ห้อต้องผ่านการตรวจสอบจากสถาบัน Wi-Fi Alliance เพื่อตรวจสอบมาตราฐานของอุปกรณ์และความเข้ากันได้ของแต่ละผู้ผลิต ปัจจุบันนี้นิยมนำอุปกรณ์ WLAN ที่มาตราฐาน 802.11b ไปใช้ในองค์กรธุรกิจ สถาบันการศึกษา สถานที่สาธารณะ และกำลังแพร่เข้าสู่สถานที่พักอาศัยมากขึ้น มาตราฐานนี้มีระบบเข้ารหัสข้อมูลแบบ WEP ที่ 128 บิต
  • มาตรฐาน IEEE 802.11a เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2542 โดยออกเผยแพร่ช้ากว่าของมาตรฐาน IEEE 802.11b ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า OFDM (Orthogonal Frequency Division Multiplexing) เพื่อปรับปรุงความเร็วในการส่งข้อมูลให้วิ่งได้สูงถึง 54 Mbps บนความถี่ 5Ghz ซึ่งจะมีคลื่นรบกวนน้อยกว่าความถี่ 2.4 Ghz ที่มาตรฐานอื่นใช้กัน ที่ความเร็วนี้สามารถทำการแพร่ภาพและข่าวสารที่ต้องการความละเอียดสูงได้ อัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสามารถปรับระดับให้ช้าลงได้ เพื่อเพิ่มระยะทางการเชื่อมต่อให้มากขึ้น แต่ทว่าข้อเสียก็คือ ความถี่ 5 Ghz นั้น หลายๆประเทศไม่อนุญาตให้ใช้ เช่นประเทศไทย เพราะได้จัดสรรให้อุปกรณ์ประเภทอื่นไปแล้ว และยิ่งไปกว่านั้น ระยะการส่งข้อมูลของ IEEE 802.11a ยังสั้นเพียง 30 เมตรเท่านั้น อีกทั้งอุปกรณ์ของ IEEE 802.11a ยังมีราคาสูงกว่า IEEE 802.11b ด้วย ดังนั้นอุปกรณ์ IEEE 802.11a จึงได้รับความนิยมน้อยกว่า IEEE 802.11b มาก จึงทำให้ไม่ค่อยเป็นที่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร
  • มาตรฐาน IEEE 802.11g เสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2546 ทางคณะทำงาน IEEE 802.11g ได้นำเอาเทคโนโลยี OFDM ของ 802.11a มาพัฒนาบนความถี่ 2.4 Ghz จึงทำให้ใช้ความเร็ว 36-54 Mbps ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงกว่ามาตราฐาน 802.11b ซึ่ง 802.11g สามารถปรับระดับความเร็วในการสื่อสารลงเหลือ 2 Mbps ได้ตามสภาพแวดล้อมของเครือข่ายที่ใช้งาน มาตราฐานนี้เป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้เป็นจำนวนมากและกำลังจะเข้ามาแทนที่ 802.11b ในอนาคตอันใกล้
  • นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นนี้มีบางผลิตภัณฑ์ใช้เทคโนโลยีเฉพาะตัวเข้ามาเสริม ทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นจาก 54 Mbps เป็น 108 Mbps แต่ต้องทำงานร่วมกันเฉพาะอุปกรณ์ที่ผลิตจากบริษัทเดียวกันเท่านั้น ซึ่งความสามารถนี้เกิดจากชิป (Chip) กระจายสัญญาณของตัวอุปกรณ์ที่ผู้ผลิตบางรายสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่ง สัญญาณเป็น 2 เท่าของการรับส่งสัญญาณได้แต่ปัญหาของการกระจายสัญญาณนี้จะมีผลทำให้อุปกรณ์ ไร้สายในมาตราฐาน 802.11b มีประสิทธิภาพลดลงด้วยเช่นกัน[2]
  • มาตรฐาน IEEE 802.11e คณะทำงานชุดนี้ได้รับมอบหมายให้ปรับปรุง MAC Layer ของ IEEE 802.11 เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานหลักการ Qualitiy of Service สำหรับ application เกี่ยวกับมัลติมีเดีย (Multimedia) เนื่องจาก IEEE 802.11e เป็นการปรับปรุง MAC Layer ดังนั้นมาตรฐานเพิ่มเติมนี้จึงสามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ IEEE 802.11 WLAN ทุกเวอร์ชันได้ แต่อย่างไรก็ตามการทำงานของคณะทำงานชุดนี้ยังไม่แล้วเสร็จในขณะนี้
  • มาตรฐาน IEEE 802.11i คณะทำงานชุดนี้ได้รับมอบหมายให้ปรับปรุง MAC Layer ของ IEEE 802.11 ในด้านความปลอดภัย เนื่องจากเครือข่าย IEEE 802.11 WLAN มีช่องโหว่อยู่มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ด้วย key ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง คณะทำงานชุด IEEE 802.11i จะนำเอาเทคนิคขั้นสูงมาใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลด้วย key ที่มีการเปลี่ยนค่าอยู่เสมอและการตรวจสอบผู้ใช้ที่มีความปลอดภัยสูง มาตรฐานเพิ่มเติมนี้จึงสามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ IEEE 802.11 WLAN ทุกเวอร์ชันได้ แต่อย่างไรก็ตามการทำงานของคณะทำงานชุดนี้ยังไม่แล้วเสร็จในขณะนี้
  • มาตรฐาน IEEE 802.11n เป็นมาตรฐานใหม่ที่ทางWi-Fi Alliance กำลังอยู่ในช่วงการทดสอบ โดยคาดว่าจะมีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลอยู่ที่ 74 Mbps และสูงสุดที่ 248 Mbps ซึ่งหมายถึงว่าความเร็วกว่ารุ่นก่อนถึงประมาณ 5 เท่า นอกจากนี้ก็ยังมีรัศมีทำการภาย ในอาคารที่ 70 เมตร และนอกอาคารที่ 160 เมตร เพิ่มความสามารถในการกันสัญญาณกวนจากอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ความถี่ 2.4GHz เหมือนกัน และสามารถรองรับอุปกรณ์มาตรฐาน IEEE 802.11b และ IEEE 802.11g ได้ มาตรฐาน IEEE 802.11n นี้ได้เสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2552 แล้ว
ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/Wifi
          http://www.vipconsulting.com/