Music Hit In your life

วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

มีอะไรใหม่ใน Android 3.0

ก่อนจะถึงกำหนดวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 54 ซึ่งเป็นวันที่มีข่าวลือว่ากูเกิลจะเปิดตัว Android 3.0 หรือ Honeycomb ตามไปดูหน้าตาโปรแกรมและคุณสมบัติใหม่ของ Honeycomb ว่าจะโดดเด่นโดนใจเพียงไร
       
       Honeycomb คือระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดจากกูเกิลที่ถูกวางตัวให้เป็นมันสมองของแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ มาพร้อมอินเทอร์เฟซหรือส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่ในชื่อ Holographic โดยถูกออกแบบให้มีแถบควบคุม 2 จุดที่บนและล่างของหน้าจอภาพ
      
       แถบเครื่องมือด้านบนถูกเรียกว่า Action Bar ผู้ใช้สามารถกดปุ่มควบคุมและสั่งงานแอปพลิเคชันได้ไม่ต่างจากแถบเครื่องมือปกติ แถบเครื่องมือด้านล่างถูกเรียกว่า System Barสามารถแจ้งเตือนข้อมูลใหม่ ที่น่าสนใจคือการเพิ่มปุ่มถอยหลังเพื่อให้ผู้ใช้เรียกแอปพลิเคชันที่ถูกใช้งานครั้งล่าสุด
      
       กูเกิลออกแบบคีย์บอร์ดแบบใหม่โดยระบุว่าผู้ใช้จะสามารถกดได้ง่ายขึ้น มีการเพิ่มปุ่มตัด-คัดลอก-วางข้อความ สามารถกดย่อหน้าจากปุ่ม Tab ได้ 
      
       ส่วนของเบราว์เซอร์ กูเกิลนำระบบ"แท็บ"มาให้ผู้ใช้เปิดเว็บไซต์แทนการเปิดหน้าต่างแบบเดิม ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อ bookmark กับเบราว์เซอร์ Chrome ได้อัตโนมัติ
      
       ส่วนโปรแกรมหลายจุดถูกเปลี่ยนหน้าตาใหม่เป็นแบบ 2 แถวหรือ dual-pane ทั้งในส่วนตั้งค่า ส่วนแสดงอีเมล ส่วนแสดงมัลติทาสกิง ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเมนูใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น
      
       นี่เป็นเพียงบางส่วนของคุณสมบัติใหม่ใน Honeycomb เท่านั้น ฉบับเต็มต้องรอดูจากแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Honeycomb ซึ่งคาดว่าจะสามารถวางตลาดได้ภายในปีนี้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Cyberbiz

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ชิปเซ็ต Sandy Bridge มีปัญหา Intel เรียกกลับทั้งหมด


          หลังจากเปิดตัวไปช่วงปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ของแพลตฟอร์ม Sandy Bridge เราก็ได้รับข่าวร้ายจากผู้นำเข้า Mainboard รายใหญ่ของไทยเมื่อมาหาอ่านตามเน็ทก็เกือบตรงกันมีเนื้อความว่า

         อินเทลแถลงข่าวว่าชิปเซ็ต Cougar Point ซึ่งเป็นชิปเซ็ตสำหรับแพลตฟอร์ม Sandy Bridge มีปัญหาในส่วนควบคุม SATA ทำให้ความเร็วตกลงเมื่อใช้งานไประยะเวลาหนึ่ง และบริษัทได้ตัดสินใจเรียกชิปเซ็ตทั้งหมดกลับบริษัทแล้ว โดยชิปทดแทนจะเริ่มส่งมอบในปลายเดือนกุมภาพันธ์ และกำลังผลิตจะกลับมาเป็นปรกติในเดือนเมษายน
         ความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่การออกแบบทำให้ทางออกเดียวของอินเทลคือการเปลี่ยนชิปทั้งหมด อย่างไรก็ดีเครื่องจำนวนไม่มากนักที่ส่งมอบไปยังลูกค้าแล้ว โดยเป็นเครื่องรุ่น Core i5 และ Core i7 เท่านั้น โดยทางอินเทลเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนชิปไว้ทั้งหมด 700 ล้านดอลลาร์ และการสะดุดลงของสายการผลิตจะกระทบยอดขายอีก 300 ล้านดอลลาร์ แต่ทั้งนั้นอินเทลเชื่อว่ายอดขายทั้งปีจะยังทำได้ตามเป้าหมายเดิม แต่จะกระทบผลกำไรทั้งไตรมาสที่สี่ไป 4%


         ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าว ผู้ใช้ยังใช้งานระบบดังกล่าวโดยไม่มีปัญหา ส่วนการทำงานร่วมกับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว
        พร้อมระบุว่า บริษัทได้เริ่มผลิตชิพเซตเวอร์ชั่นใหม่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเริ่มนำส่งให้กับผู้ผลิตพีซีได้ปลายเดือนก.พ. โดยขณะที่กำลังรอการเปลี่ยนชิพเซตล็อตใหม่ ก็จะมีผลให้การผลิตคอมพิวเตอร์ที่ใช้ซีพียูตระกูล "แซนดี้ บริดจ์" ต้องชะลอไว้ก่อน
        โดยคาดว่า การเลื่อนแผนดังกล่าวจะส่งผลต่อรายได้ของอินเทลลดลงราว 300 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกนี้ ส่วนค่าเสียหายในการอุดช่องโหว่ และการส่งสินค้าล็อตใหม่เพื่อทดแทนชิพเซตที่มีปัญหาจะทำให้บริษัทสูญเสียเงินอีก 700 ล้านดอลลาร์
         ภายหลังเผยแพร่ข่าวดังกล่าว ส่งผลให้มูลค่าหุ้นของอินเทลลดลงทันที 25 เซนต์ เหลือ 21.21 ดอลลาร์ หลังเปิดการซื้อขายในตลาดหุ้นช่วงบ่าย
         อย่างไรก็ตาม แม้จะเผชิญปัญหาในครั้งนี้ แต่อินเทลยังคาดการณ์รายได้ไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทเพิ่งเข้าซื้อธุรกิจของผู้ผลิตชิพบนมือถือ หรือ "อินฟินิออน เทคโนโลยี" และยังคาดว่า บริษัทจะเข้าซื้อกิจการของ "แมคอาฟี" ได้เป็นผลสมบูรณ์ภายในไตรมาสแรกนี้
Credit :

วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

โฆษณา Motherboard ของ GIGABYTE หมึกพอล เลือก...





The Psychic Octopus Paul Chooses GIGABYTE H55 Motherboards

วันนี้ ลองเปลี่ยน บรรยากาศมาชมคลิปวีดีโอเก๋ๆ ของเมนบอร์ด GIGABYTE
ที่รองรับ  USB 3.0 ด้วย

เรื่องราวของ SATA3 หรือ SATA6Gb/s

ผลการทดสอบ Barracuda XT ฮาร์ดดิสก์ SATA 6Gb/s ตัวแรกจาก Seagate


ฮาร์ดดิสก์คือ 1 ในอุปกรณ์สำคัญของเครื่องพีซีมีที่ไม่ค่อยจะมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอะไรให้เห็นบ่อยนัก เพราะอย่างเช่นการบันทึกข้อมูลในแนวดิ่งที่เป็นพัฒนาการล่าสุดที่ทำให้ฮาร์ดดิสก์สามารถบันทึกข้อมูลได้มากขึ้นก็มีฮาร์ดดิสก์ตัวแรกออกมาตั้งแต่ปี 2006 หรือหากเป็นเรื่องของการอินเทอร์เฟสที่เป็นแบบ SATA ก็ใช้งานมากว่า 5 ปีแล้ว แต่อย่างไรก็ดีในการเข้าสู่ยุคที่ 2 เมื่อปี 2005 การเชื่อมต่อแบบนี้ก็ได้ทำให้ฮาร์ดดิสก์ดูมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนทีเดียว 


แต่ในที่สุดเมื่อประมาณพฤษภาคมที่ผ่านมา SATA-IO ซึ่งเป็นผู้ดูแลข้อกำหนดของมาตรฐานนี้ ก็ได้มีการนำเอารายละเอียดที่เป็นข้อกำหนดของการเชื่อมต่อด้วยมาตรฐาน SATA เวอร์ชันใหม่ออกมา หลังจากที่มีข้อกำหนดฉบับร่างออกมาเมื่อปีแล้ว โดยสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องประสิทธิภาพของการเชื่อมต่อด้วยมาตรฐาน SATA ที่กำลังจะเข้าสู่ยุคที่ 3 นี้ก็คือ ความเร็วในการเชื่อมต่อที่มีสูงถึง 6Gb/s หรือมากกว่าการเชื่อมต่อในปัจจุบันนี้ที่มีความเร็ว 3Gb/s ถึงสองเท่าตัว ในขณะเดียวกันก็ได้มีการปรับปรุง Native Command Queuing ขึ้นใหม่ เพื่อให้สามารถทำงานกับแอพพลิเคชันที่ใช้แบนด์วิดธ์สูงๆ ได้ดียิ่งขึ้นด้วย
 
Barracuda XT: ฮาร์ดดิสก์ SATA 6Gb/s ตัวแรกจาก Seagate
หลังจากที่มีการกำหนดรายละอียดสำหรับการเชื่อมต่อด้วยมาตรฐาน SATA เวอร์ชัน 3.0 ออกมาประมาณ 5 เดือน Seagate ก็ได้มีการเปิดตัวฮาร์ดดิสก์ Barracuda XT ออกสู่ตลาดด้วยการเป็นฮาร์ดดิสก์แบบแผ่นจานแม่เหล็กขนาด 3.5 นิ้วตัวแรกของโลกที่ใช้มาตรฐาน SATA 6Gb/s พร้อมกับจัดให้เป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและเร็วที่สุดสำหรับเครื่องพีซีเดสก์ทอปในปัจจุบัน
ฮาร์ดดิสก์ Barracuda XT นี้จะยังคงหมุนแผ่นจานแม่เหล็กด้วยความเร็ว 7,200 รอบต่อนาทีและใช้เทคโนโลยีการบันทึกที่เป็นแบบเดิมทุกอย่าง โดยความจุ 2TB ของมันนั้นจะได้จากการใช้แผ่นจานแม่เหล็กที่บันทึกข้อมูลได้อย่างหนาแน่นจำนวน 4 แผ่น และถึงแม้ว่ามันจะถูกออกแบบให้มีหน่วยความจำขนาดใหญ่ถึง 64MB แต่เทคนิคต่างๆ เหล่านี้ก็จะไม่ใช่จุดเด่นที่สำคัญอะไร เนื่องจากมันก็สามารถพบเห็นได้จากฮาร์ดดิสก์จากผู้ผลิตรายอื่นเช่นกัน ดังนั้นประสิทธิภาพจากฮาร์ดดิสก์ Barracuda ที่คาดหวังได้จริงๆ จึงมีเพียงแค่การเชื่อมต่อด้วยพอร์ต SATA ความเร็ว 6Gb/s และฟีเจอร์ NCQ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เท่านั้น

คอนโทรลเลอร์: มีเมนบอร์ดหลายรุ่นสนับสนุนการทำงาน
    ถึงแม้ว่าจะมีฮาร์ดดิสก์ Barracuda XT ที่สนับสนุน SATA 6Gb/s ออกมาแล้ว แต่ในการเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดของการเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูงนี้ก็ปรากฎว่ายังไม่มีชิปเซ็ตของผู้ผลิตรายใดที่สนับสนุนการทำงานเลย แม้กระทั่งอินเทลที่เป็นสมาชิกสำคัญของ SATA-IO ก็ยังมีเฉพาะชิปเซ็ตที่สนับสนุนการเชื่อมต่อของฮาร์ดดิสก์ SATA ที่มีความเร็ว 3Gb/s เท่านั้น แต่อย่างไรก็ดีผู้ผลิตเมนบอร์ดรายสำคัญก็มีทางออกสำหรับการเชื่อมต่อนี้แล้ว โดยอาศัยความช่วยเหลือจาก Marvell ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปเพียงรายเดียวในเวลานี้ที่มีการผลิตคอนโทรลเลอร์สำหรับฮาร์ดดิสก์ SATA 6Gb/s ออกมา

สำหรับ Netbook Intel เปิดเผยส่วนประกอบของ Cedar-Trail M platformโดยยังคงใช้ Chipset NM10, Tigerpoint chipset เช่นเดิม


ซึ่ง NM10 นั้นเป็น Chipset รุ่นเดียวกับ Platform ก่อนหน้านี้ โดยทาง Intel ไม่อนุญาติให้ผู้ผลิต third party นำ USB 3.0 และ SATA 6 Gb/s controllers ลงบน Platform นี้ซึ่งจะทำให้เรายังไม่สามารถที่จะมี USB 3.0 และ SATA 6 Gb/s ใน netbook รุ่นต่อไปอย่างแน่นอน

โดเมน (.ไทย) โดเมนแรกของประเทศไทยเกิดขึ้นแล้วววว

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ผู้ใช้บริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในไทยกว่า 20 ล้านคน  จะมีโอกาสตั้งโดเมน ในชื่อดอทไทยเป็นครั้งแรก โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


การสื่อสารบนโลกอินเตอร์เน็ตทุกวันนี้ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย แต่อุปสรรคเรื่องภาษาอังกฤษ อาจทำให้การเข้าถึงเว็บไซต์ไม่ได้ตามที่ต้องการ

มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย ในฐานะศูนย์บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนของไทย  จึงเริ่มทดลองให้บริการชื่อโดเมนดอทไทย  โดยใช้เวลา 4 ปี เพื่อศึกษาและขอนุญาตจากองค์กรบริหารอินเตอร์เน็ตโลก จนวันนี้ คนไทยสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆที่จดทะเบียนโดเมน  ภายใต้ดอท ทีเอช เป็นภาษาไทยและลงท้ายดอทไทยได้
การให้บริการครั้งนี้ ไม่มีการคิดค่าบริการเพิ่มเติม  ซึ่งจะทำให้เจ้าของชื่อโดเมน   มีได้ทั้งชื่อ ดอททีเอชและดอทไทยด้วย  เพียงชื่อที่จดทะเบียน  ต้องสอดคล้องกัน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ thnic.or.th

โดเมน .ไทย จะแบ่งช่วงการเปิดให้บริการระยะเริ่มต้นตามลำดับดังนี้ :
  1. วันที่ 16 ธันวาคม 2553 - 30 ธันวาคม 2553
    ผู้ถือครองชื่อโดเมนภาษาไทยภายใต้ .th (IDN.th) ก่อนวันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 จะได้รับชื่อโดเมนภายใต้ .ไทย ในชื่อเดียวกันโดยอัตโนมัติ โดยจะมีการเพิ่มชื่อโดเมนระดับที่สอง ตามหมวดหมู่ในข้อ 5.10.1 ทั้งนี้ชื่อโดเมน .ไทย จะเพิ่มเข้าสู่บัญชีบริหารชื่อโดเมนของท่านโดยตรง
  2. วันที่ 11 มกราคม 2554 - 10 มีนาคม 2554
    เปิดให้ผู้ถือครองชื่อโดเมนภาษาอังกฤษภายใต้ .th ก่อนวันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 ที่ยังไม่ได้ถือครอง ชื่อโดเมนภาษาไทยภายใต้ .th (IDN.th) สามารถขอจดทะเบียนชื่อโดเมนภายใต้ .ไทย ได้
  3. ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2554 เป็นต้นไป
    เปิดให้จดทะเบียนชื่อโดเมนภายใต้ .ไทย โดยทั่วไป

ที่ีมา :

สุดยอด!! แว่นสายตาอัจฉริยะใช้เลนส์ไฟฟ้าปรับโฟกัสได้เอง



          ปัญหาสายตาสั้น-ยาวของมนุษย์ยุคไอทีในปัจจุบันนี้แทบจะเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันไปแล้ว ทว่า แว่นสายตาซึ่งถูกคิดค้นขึ้นมาแก้ปัญหาดังกล่าวก็ยังมีข้อจำกัดด้านความคงที่ทำให้มนุษย์โรคสายตาทั้งหลายต้องตัดแว่นกันใหม่อยู่เป็นประจำทุกปีสองปี

บริษัทพิกเซลออพติกส์ ผู้ถือครองสิทธิบัตรเทคโนโลยี "emPower!" คิดค้นโดยคณะนักวิจัยสมองใสจากมหาวิทยาลัยอริโซนา ของสหรัฐ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อปลดเปลื้องข้อจำกัดดังกล่าวของแว่นสายตา ด้วยคุณสมบัติเด่นสามารถใช้ไฟฟ้าปรับโฟกัสได้อัตโนมัติ โดยอาศัยชั้นของสารเคมีประเภทคริสตัลเหลว ซึ่งถูกประกบไว้ด้วยแผ่นกระจกใส 2 ชิ้น ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการใช้ประจุไฟฟ้า เพื่อปรับองค์ประกอบและปัจจัยสำหรับโฟกัสใหม่ที่ต้องการผ่านการจัดเรียงตัวของโมเลกุลคริสตัลเหลว

ผู้ใช้สามารถปรับโฟกัสได้เองด้วยการใช้นิ้วมือแตะที่ขาแว่นภายในบรรจุเซ็นเซอร์และแบตเตอรี่ที่สามารถเติมประจุได้แบบไร้สาย ใช้เวลาเพียง2-3 ชั่วโมง และใช้ได้นานสูงสุด 72 ชั่วโมง นวัตกรรมดังกล่าวจัดเป็น "แว่นสายตาไฟฟ้าอันแรกของโลก" ถูกบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จดสิทธิบัตรเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปเรียบร้อย ก่อนจะขายต่อให้กับพิกเซลออพติกส์ ซึ่งวางแผนจะนำนวัตกรรมแว่น emPower! กว่า 36 แบบ ออกวางจำหน่ายภายในปีนี้ ส่วนราคาอยู่ที่ราว 30,000-37,000 บาทต่ออัน (ยังไม่รวมภาษีนำเข้าสารพัดและภาษีมูลค่าเพิ่ม)



ที่มา : http://www.khaosod.co.th/

วันเสาร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554

Cloud Computing (TH)


Cloud Computing คือวิธีการประมวลผลที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถระบุความต้องการไปยังซอฟต์แวร์ของระบบCloud Computing จากนั้นซอฟต์แวร์จะร้องขอให้ระบบจัดสรรทรัพยากรและบริการให้ตรงกับความต้องการผู้ใช้ ทั้งนี้ระบบสามารถเพิ่มและลดจำนวนของทรัพยากร รวมถึงเสนอบริการให้พอเหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบเลยว่าการทำงานหรือเหตุการณ์เบื้องหลังเป็นเช่นไร




  • บริษัทการ์ตเนอร์ Gartner ได้ให้นิยามว่า “Cloud computing is a style of computing where massively scalable IT-related capabilities are provided ‘as a service’ across the Internet to multiple external customers” หรือ ระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆคือ แนวทางการประมวลผลที่พลังของโครงสร้างทางไอทีขนาดใหญ่ที่ขยายตัวได้ถูกนำเสนอยังลูกค้าภายนอกจำนวนมหาศาลในรูปแบบของบริการ
  • ฟอเรสเตอร์กรุ๊ป ได้นิยามว่า “ cloud computing: A pool of abstracted, highly scalable,and managed infrastructure capable of hosting end-customer applications and billed by consumption” หรือ กลุ่มของโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกบริหารจัดการและขยายตัวได้อย่างมาก ซึ่งมีขีดความสามารถในการรองรับโปรแกรมประยุกต์ต่างๆของผู้ใช้และเก็บค่าบริการตามการใช้งาน


การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆจะมีโครงสร้างดังนี้
  • กลุ่มเมฆของเซอร์ฟเวอร์ (cloud server) ซึ่งเป็นเซอร์ฟเวอร์จำนวนมหาศาลนับหมื่นนับแสนเครื่องที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกัน กลุ่มเมฆนี้ต่อเชื่อมเข้าหากันด้วยเครือข่ายเป็นระบบกริด ในระบบนี้จะใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ช่วลไลเซชั่นในการทำงานเพื่อให้โปรแกรมประยุกต์ขึ้นกับระบบน้อยที่สุด
  • ส่วนติดต่อกับผู้ใช้ ( User interaction interface) ทำหน้าที่รับคำขอบริการจากผู้ใช้ในรูปแบบเวบโปรโตคอล
  • ส่วนจัดเก็บรายการบริการ (Services Catalog) เก็บและบริหารรายการของบริการ ผู้ใช้สามารถค้นดูบริการที่มีจากที่นี่
  • ส่วนบริหารงาน (system management) ทำหน้าที่กำหนดทรัพยากรที่เหมาะสมเมื่อผู้ใช้เรียกใช้บริการ เมื่อมีการขอใช้บริการ ข้อมูลการขอ request จะถูกส่งผ่านให้ส่วนนี้
  • ส่วนจัดหาทรัพยากร (provisioning services) จากนั้นส่วนบริหารงานจะติดต่อกับส่วนนี้ เพื่อจองทรัพยากรจากกลุ่มเมฆและเรียกใช้โปรแกรมประยุกต์แบบเวบที่เหมาะสมให้ เมื่อโปรแกรมประยุกต์ทำงานแล้วก็จะส่งผลที่ได้ให้ผู้ใช้ที่เรียกใช้บริการต่อไป
  • ส่วนตรวจสอบข้อมูลการใช้งาน (Minitoring and Metering) เพื่อใช้ในการเก็บค่าบริการหรือเก็บข้อมูลสถิติเพื่อปรับปรุงระบบต่อไป

Cloud computing เป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจจากหลายๆ ด้าน แม้ช่วงนี้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรมระบบ แต่ถือว่าเป็นการตอบโจทย์ทั้งด้านความต้องการของผู้ใช้และทรัพยากรที่จำกัด เช่น ผู้ใช้งานระบบต้องการพื้นที่ในการเก็บข้อมูล ความเร็วในการประมวลผล และติดต่อลูกค้า Cloud computing จะเข้ามาทำการประมวลผลตามความต้องการทั้งเรื่องของพื้นที่ และสามารถจำกัดความเร็วในการประมวลผลให้ตรงความต้องการของผู้ใช้งานที่ร้อง ขอไป
               โดยให้คอมพิวเตอร์ที่ทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงและแบ่งกันประมวลผล ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่ร่วมประมวลผลหลายๆ เครื่องไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน แต่เชื่อมต่อกันผ่านระบบเครือ-ข่ายแบบกริด (Grid) คอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลในกลุ่มที่เราเรียกว่า Cloud นี้ อาจจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้มีระบบปฏิบัติการและทรัพยากรเหมือนกัน และหน้าจอของผู้ใช้งาน (User Interface) จะแสดงผลที่รวดเร็วตามความต้องการของระบบที่ร้องขอไป โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรู้ว่า เบื้องหลังนั้นระบบจะทำงานกันอย่างไร)หากมองย้อนกลับไป Cloud computing หรือการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆนั้น เคยผ่านตาเรามาบ้างหรือไม่ ให้พิจารณาที่ Google Application ที่เห็นชัดเจนที่สุดคงจะเป็น Google Earth, Google Maps และ Google Docs ซึ่ง Google Earth หากเรา เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเมื่อไร เราสามารถชมภาพถ่ายดาวเทียมผ่าน Application ตัวนี้ ถัดมา Google Maps เป็น Platform Application ที่อำนวยความสะดวกในเรื่องการค้นหาสถานที่และลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทั้งยังมี Feature ตั้งแต่การหาเส้นทาง หาตำแหน่งพิกัดที่ตั้งขององค์กร หรือสถานที่ที่เราต้องการ สุดท้าย Google Docs เป็น Application ที่จำลองโปรแกรมด้าน Office Platform โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ใดๆ

Credit :